กลับมาเร้ว ไฟลท์ที่รู้สึกว่ามันยาวนานเหลือเกิน สิ้นสุดซะที
เป็นครั้งแรกที่ได้ทำไฟลท์นี้ และอยากจะขอเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆเลย
ตอนเครื่องแลนด์ ลูกเรือทุกคนแทบจะกรี๊ดกันเลย
หมดซะที ไฟลท์อะไรไม่รู้ วุ่นวายชะมัด
แต่ไอ้ที่ว่าวุ่นวายน่ะ ไม่ใช่เรื่องผู้โดยสารเลย
อันนั้นมัน เบเบ เหมือนไฟลท์ทั่วไป พวกเราก็บ่นไป ทำงานไปเหมือนปกติอยู่เร้ว
คือผู้โดยจะเลวมาก เลวน้อย พวกเราก็บ่นกันเป็นปกติอยู่เร้ว
แต่งานนี้ คนที่ทำให้ลูกเรือจะบ้า เกือบกรี๊ดกันทั้งลำ ก็คือหัวหน้าสองคนนี่แหละ
บอกได้คำเดียว ประสาทททททททท
เจ๊พวกนี้นี่ สงสัยว่างมากๆ วันๆไม่ได้คิดทำอะไรนอกจากจับผิดลูกเรือ
ก่อนจะผ่านเป็นหัวหน้า วันนึงคุณก็เคยเป็นลูกเรือ ก็ควรจะรู้ว่าลูกเรือทำอะไร ต้องการอะไร
ชอบหัวหน้าแบบไหน แต่วันนึงพอเป็นหัวหน้าซะเอง กลับมา Give hard time
กับลูกเรือ เพื่ออะไร???
ไฟลท์ขาไปดีหน่อย บินแค่เจ็ดชั่วโมง แถมเครื่องที่ใช้บินมีม่านกั้นด้านหลัง
ให้ลูกเรือได้นั่งหลับกันด้วย เราก็ได้ปิดตางีบกันอย่างสบายใจ วันนั้น หัวหน้าข้างหลังก็น่ารัก
เข้าใจและเห็นใจลูกเรือ แถมเค้าก็ทำงานเป็นระบบ ทำงานกับคนแบบนี้ สบายใจจริงๆ
แต่ไฟลท์ขากลับนี่ หน้ามือหลัง....ไปเลย
หัวหน้าข้างหลังก็ Bitch อีหัวหน้าใหญ่ก็จิกซ้า...ปวดกะโหลกลูกเรือไปทั้งลำ
ไฟลท์มันก็ยุ่งอยู่เร้ว ผู้โดยสารก็ใช่ว่าจะดี ไฟลท์นี้รวมผู้โดยสองชาติที่เราไม่ค่อยอยากเจอไว้ด้วยกัน
คือ คนจีนกะแขก สองประเภทนี้ เหม็นทั้งคู่ คนจีนเท้าเหม็นมาก แขกนี่ก็กลิ่นใช่ย่อยอยู่เร้วอ่ะนะ
เร้วสองชาตินี้ ไม่พูดอังกิดทั้งคู่ เข้าห้องน้ำก็ไม่รู้จักกดทิ้ง
แทนที่จะกดปุ่ม Flush ก็ไปกด call bell วิ่งไป reset ไม่รู้กี่สิบรอบ
ทำงานกะผู้โดยสารประเภทนี้ก็เหนื่อยอยู่เร้ว ยังมาเจอหัวหน้าจิกอีก
เบื่อโคตรรรรรรร
ไฟลท์ขากลับก็เก้าชั่วโมง ไม่มีเบรค ห้ามนอน เพราะเครื่องที่ต้องใช้บินกลับ
ไม่มีผ้าม่านกั้น ทำเป็น crew rest area พวกเราเลยมีเวลาพัก แต่ห้ามหลับ
ห้ามอ่านนิตยสารหรือหนังสืออื่นที่ไม่ใช่ของบริษัท ห้ามเสียบหูฟัง
ห้ามฟังเพลง เล่นเกมส์ ห้ามๆๆๆ ดีที่ไม่ห้ามหายใจ โฮะๆๆๆ
ทำงานไฟลท์นี้ จะบอกว่า ไม่มีลูกเรือขี้เกียจเลยซักคน
แต่ไม่รู้หัวหน้า ชีจะจิกไปถึงไหน พวกเราก็ตอบกันแทบทุก call bell
มีช่วงที่เสริฟรอบสุดท้ายก่อนเครื่องแลนด์ ช่วงทำ service ก็มี call bell
ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่า จะกดกันทำไม กะลังเสริฟอยู่เนี่ย
บางคนอารมณ์เหมือนกดเรียกลิฟท์ ยิ่งกดรัวๆ ลิฟท์จะได้มาไวๆ
ตอนนั้นพวกเราทุกคนก็มีคาร์ทอยู่กันในเคบิน หัวหน้ามาบอกครัวกลางว่า พวกเราไม่ยอมตอบ call bell
เค้าบอกว่า ถ้ายังมี call bell อีกที จะเขียนรีพอร์ทลูกเรือทั้งหมด
เราเลยบอกว่า เอาเลย ตามสบาย เด๋วเราทั้งหมดก็รีพอร์ทชีกลับเหมือนกัน
ว่าชี Qoo Qoo ขนาดไหน??? ชีจะปรี๊ดทำไม ในเมื่อชีไม่เคยช่วยพวกเราตอบเลยซักกะอัน
จะบอกว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ไฟลท์นี้ กดเพราะกดผิดกันมั่ง
เรียกขอน้ำมั่ง จะให้เอาแก้วไปเก็บมั่ง ถ้าชีได้ตอบคอลเบลเอง จะรู้ว่า
ที่พวกเราไม่ได้รีบร้อนวิ่งไปหา เพราะเรื่องมันไม่ได้ด่วนอะไรเลย
เพอร์เซอร์ก็ไม่เคยมาช่วยอะไร แต่พอพวกเราทำงานเสร็จ ก็เดินเช็คๆ
ก็โอเค งานเค้าอ่ะนะ แต่เห็นทำดีไม่ชม หาแต่จุดเล็กๆน้อยมาจับผิดกัน
แบบนี้ก็เซ็งกันไป
ไฟลท์นี้เราเลยไม่ค่อยชอบเท่าไหร่
ตอนออกไปช้อป ก็เจออีคนขายจิกอีก คนจีนที่นี่ขายของได้น่ากลัวมาก
ช้อปไม่หนุกเลย แถมโขกราคาได้เว่อร์มาก จับอะไรอย่าได้ถามราคา
มันโขกเกิน 100 เท่าของราคาจริงๆ แถมถ้าเราถามราคาเร้ว
รับรองจิกไม่เลิก เราไม่ต่อ มันก็ตื้อให้เราต่อราคามั่นอยู่นั่นแหละ
ที่ไม่ต่อ เพราะไม่เอาอยู่เร้ว ต่อเร้วไม่เอา ก็โดนด่าเช็ดแน่ๆ
แต่มันจะเขย่าแขน ยูบอกมา จะให้เท่าไหร่ๆๆๆ ตื๊อๆๆจนเรารำคาญ
ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ราคา คำตอบคือ ชั้นไม่ชอบ ชั้นไม่ซื้อ เข้าใจม๊าย????
เซ็ง เกลียดการขายของแบบนี้มากๆ ขอเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายฮ่ะ
กลัวคนจีนงับหัว ไม่เอาอีกเร้ว เหอๆๆ

บริเวณที่เราไปช้อปกัน

เค้าเรียกทั่วไปว่า Underground Market ด้านบนจะเหมือน Exhibition Hall
แต่ด้านล่างมีร้านขายของเยอะแยะ เหมือนประตูน้ำ แพลตตินั่มบ้านเรา

เราได้กระเป๋าใบนึง กะเสื้อยืดสองตัว

แวะกินอาหารญี่ปุ่น มาเมืองจีน มากินอาหารญี่ปุ่น โฮะๆๆ
ก็หิวเร้วอ่ะนะ เจออะไรที่พอกินได้ ก็เข้าไปกินกันเลย
รสชาติใช้ได้เหมือนกัน เรายังสั่งยากิโซบะ Take away กลับมากินที่โรงแรมอีก
 
หนิงบินตามมาไฟลท์บ่าย เรามาไฟลท์เช้า วันเดียวกัน เลยได้เจอกัน
งานนี้หนิงกะยูเซฟชวนเราไปกินอาหารไทย
 
หนิงสั่งคะน้าหมูกรอบกับไก่ย่าง
 
เราสั่งผัดไทยกับส้มตำ อร่อยใช้ได้เลย
 
แกงเผ็ดเจ กับ ผัดผักรวมเจ ของยูเซฟ

ขวามือเป็นลูกเรือผู้ชาย เป็นลูกครึ่งเกาหลีกับญี่ปุ่น พูดเก่งมากกกกก
ซ้ายเป็นลูกเรืออังกิด หน้าสวยเหมือนดาราฝรั่งมาก ขนตางอนยาวเป็นแพ
ตรงกลางก็ลูกครึ่งไทยจีน แต่ลืมสัญชาติไปแระ
ไฟลท์นี้เวลามีคนจีนพ่นภาษาจีนใส่ เราชี้ป้ายชื่อ บอกว่า I'm not Chinese.
แต่แปลก ตอนไปซื้อของ เค้ารู้กันหมด ว่าเราเป็นคนไทย บางร้านพูดไทยได้ด้วยนะ
สงสัยมีคนไทยมาช้อปที่นี่เยอะเหมือนกัน
หนิงบอกว่าไปปักกิ่งดีกว่า ที่เที่ยวเยอะกว่า คนขายก็นิสัยดีกว่า
เราไม่เคยทำไฟลท์พวกนี้เลย ปกติได้ไปแต่ยุโรปกะออสเตรเลีย
คราวหน้าต้องไปปักกิ่งมั่งละ อยากไปเที่ยวกำแพงเมืองจีน
นี่ได้หยุดหายใจสองวัน มะรืนไปเบอร์มิ่งแฮม
ไม่เคยทำไฟลท์นี้อีกเช่นกัน แต่เหียกยังงัยก็สู้ตาย
เพราะเต่าจะไปหาที่นั่น ดีจาย กิ๊บกิ้วววววว
ไปนอนล่ะ
พรุ่งนี้ต้องไปเอาวีซ่าให้เล็ก
บะบาย
จุ๊บๆ
|