กลับมาจากลอนดอนแกทวิคแระ
เป็นครั้งแรกที่ไปทำลอนดอนอื่น ที่มะช่าย Heathrow
มันก็มีอยู่แค่สองอันแหละนะ ไม่ Heathrow ก็ Gatwick
จริงๆเราไม่ค่อยอยากได้ Gatwick เท่าไหร่
ถึงจะมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่าไฟลท์ดีกว่า Heathrow เป็นหนักหนา
เพราะค่าใช้จ่ายในการเข้าเมืองนี่แพงโขอยู่
เนื่องจาก Gatwick เป็น Private Airport ที่ไม่มี Tube ไปถึง
จะเข้าเมืองไปหาเต่าก็แสนลำบาก ไม่เหมือน Heathrow ที่เจอกันแสนจะง่าย
เค้าไม่ออกมา เราก็เข้าเมืองไปหา ง่ายนิดเดียว

แต่คราวนี้เลือกมากไม่ได้ เพราะไปแลกกะคนอื่นมา เนื่องจากเรามีสิงคโปร์ เมลเบิร์น
คนแรกที่ Accept มาดันมี เบอร์มิ่งแฮมกับแกทวิค เลยต้องเหมามาทั้งสองไฟลท์
เอาเถอะ งัยก็ลอนดอนเหมือนกัน คุณเต่าเค้าก็ต้วมเตี้ยมมาหาเราจนได้แหละ


ตอนแรกแดดออกดีๆ ไม่กี่ชั่วโมง ฝนตกอีกซะงั้น

เห็นเค้าถอยรถดับเพลิงเข้ามา นึกว่ามีไฟไหม้ แต่ที่จริง เค้าเอามาแสดงโชว์ตะหาก

นี่กระต่ายเตี้ยกว่าเต่าเยอะเหมือนกันนะเนี่ยยยย
ทริปนี้เรียกว่าช้อปแหลก อาจจะอัดอั้นจากทริปเบอร์มิ่งแฮมที่ฝนมันตกเอาๆ
ลิสท์ของที่อยากได้กะของที่คนฝากซื้อก็เพียบ
คราวนี้แดดออก เดินง่าย เลยช้อปแหลก
เข้า Body shop ร้านแรกก็หมดไป 40 ปอนด์เร้วคับท่าน
ทั้งของตัวเอง และของที่เพื่อนๆฝากซื้อ
Allowance ได้มาแค่ 51 GBP
ไปเบอร์มิ่งแฮมยังได้ตั้ง 60 GBP เลยอ่ะ
จะพอที่ไหนล่ะ งานนี้ให้ผู้ชายรูดปื๊ดๆค่า อยากได้อะไรก็สะกิด เร้วทำตาปริบๆ
เค้าอยากได้อ่ะ 
งานนี้รูดทรัพย์เต่าไปซะ โฮะๆๆๆ

 
เดินออกมาจากแหล่งช้อปนิดนึง เพื่อจะหาอะไรหม่ำๆกัน

เจอโซนบ้านแถวนี้ เป็นอาคารไม้เก่าๆแบบอังกิดดั้งเดิม
ส่วนใหญ่ก็ทำเป็นร้านอาหาร ไม่ใช่บ้านคน
และเราก็เจอเป้าหมายเราที่ร้านนี้
Chinese Buffet ตามเคย
ไม่ว่าจะไปเมืองไหน ก็กินมันอยู่แต่อาหารจีนนี่แหละ ถูกปากสุดแระ อิอิ
ร้านนี้ราคาหัวละ 6.20 GBP
 
คนเยอะพอสมควร แสดงว่าต้องอร่อยเหมือนกันอ่ะเนาะ
นั่งตั้งแต่คนเพียบ จนคนออกไปแทบจะหมดร้าน

ซุปเสฉวน อันนี้ไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่
 
กินไปสองจาน บุปเฟ่ต์ร้านนี้มีกุ้งด้วย

เปลือกกุ้งที่เรากินกันไป
เอาให้คุ้มค่ะ กินแต่กุ้งกันเลย ถ้ามีน้ำจิ้ม seafood นะ จะกินได้เยอะกว่านี้อีก

กินเสร็จ เดินกลับไปช้อปกันต่อ
เดินลัดเลาะผ่านโบสถ์นึง

รอบๆโบสถ์มีหลุมศพด้วย แต่ก็ยังจะถ่ายรูปมาอีกเนาะ
จากตรงนี้ ฝนก็เริ่มลงเม็ด
เราเลยหนีเข้าไปเดินช้อปต่อในห้าง County Mall
ไปสอยกางเกง FCUK มาตัวนึง
นาฬิกา next อีกเรือน ไปดูให้แม่ แต่ได้เองซะงั้น อิอิ
เดินกันจนเมื่อย หนาวก็หนาว
เอ๋เลยให้ไปนั่งจิบชาร้อนๆ ที่ร้านเดิม Drucker
อีกหน่อยจะกลายเป็นร้านประจำของเราสองคนไปเร้วนะเนี่ย
ที่เบอร์มิ่งแฮมก็มี ไม่นึกว่าจะเจอที่แกทวิคอีก
 
ผู้ชายไปเข้าคิวซื้อชาร้อนให้เรา

หนาวๆนี่ ได้จิบชาร้อนๆ แค่นี้ก็พอใจแร้ววววววว

I'm a Jennie in a bottle
ยังถ่ายตัวเองได้อีกแน่ ะ5555

ไปสอยการ์ดมา ถูกมากกกกกก
สิบอัน ปอนด์เดียว
แถมคุณภาพดี สีสวย ลายน่ารัก ตกอันละหกบาทนิดๆ
อังกิดก็มีของถูกกะเค้าด้วยแฮะ...
ก่อนทำไฟลท์ขากลับรู้สึกเปื่อยๆ หนาวๆ ร้อนๆ นอนไม่อยากจะตื่น
อาจจะเพราะตากฝนมาเมื่อกลางวัน
คือถ้าอยู่ดูไบ Call sick ไปเร้วแน่นอน แต่นี่อยู่ Outstation ยังไม่อยากถูกทิ้งไว้ที่นี่
ถึงจะมีคุณแฟนอยู่ด้วยก็เหอะ ขี้เกียจตามหมอมารร.ให้วุ่นวาย
แข็งใจกลับไปนอนรักษาตัวที่ดูไบดีกว่า

กลับมาถึงก็เช็คว่าแลกไฟลท์ได้เป่า? ยังแลกไม่ได้ก็แอบเซ็ง
แชทกะเพื่อนเล็กน้อย เร้วก็ไปนอน Elevate Leg
เพื่อลดเส้นเลือดขอด เอาขาพาดเก้าอี้ไว้
เร้วหลับไปเลยด้วยท่านั้น ตื่นมาอีกที ขาชาไปหมด
ไม่มีความรู้สึกไปเลยยยยย
เร้วเราก็โดดขึ้นเตียง หลับไปทั้งๆที่ไม่ได้อาบน้ำ ไม่ได้ล้างหน้า
นี่เป็นครั้งแรกที่นอนทั้ง make up รู้สึกผิดมากมาย
จะไม่ทำอีกเร้วววว อายุอานามมะช่ายน้อยๆเร้ววว เด๋วเหี่ยวหมด
จบทริปนี้ด้วยประการฉะนี้

ตอนนี้บริษัทเอารูปชุดยูนิฟอร์มใหม่มาลงในเว็บลูกเรือแระ
เห็นเร้ว...รู้สึกแปลกๆ นี่มันเปลี่ยนเร้วเหรอเนี่ย???
ยูนิฟอร์มแบบเก่า ใช้กันมาตั้งแต่ปี 1997
เป็นเวลาสิริรวม 11 ปีแน่ะ

ของผู้ชายเปลี่ยนเยอะมาก แต่ของสาวๆเนี่ย ดูเผินๆ ยังเหมือนเดิมอยู่เลย

กระเป๋าแดง รองเท้าแดงนี่ ทำเราปวดใจจริง จริ๊ง....


ชุดทำงานบนเครื่องก็ใส่เป็นเสื้อกั๊ก เหมือนพวก British Airways เลย
มันดูแก่ๆ เชยๆ เพราะนางแบบที่ใส่เป่าหว่า???
ทำไมไม่เอาเอเชียน่ารักๆ หุ่นบางๆ ขาวๆ สวยๆ มาใส่โชว์นะ
เผื่อมันจะดูดีกว่านี้มั่ง

ของเก่าใส่เป็น Tabbard แบบเดิมสวยกว่าอีก
กว่าจะได้ใส่ก็คงปีหน้า แอบเสียดายว่าเปลี่ยนทั้งที ทำไมทำให้มันเหมือนเดิม
เร้วนี่เราต้องใส่รองเท้าแดง ถือกระเป๋าแดงไปอีกกี่ปีเนี่ย
กว่ามันจะเปลี่ยนอีกรอบจะอีกสิบปึรึเปล่า???
ป่านนั้น เราก็คงได้ดิบได้ดี ไปถึงไหนๆเร้วเนาะ 5555

เมื่อเย็นหนิงเอาเค้กช๊อคโกแล็ตมาให้กิน

น่ากินขนาดนี้ จะอดใจไหวได้งัยเนาะ โฮะๆๆ
เอามาให้ตอนเย็น อิชั้นก็หลับ ไม่ได้กิน
ตื่นมาเกือบเที่ยงคืน มากินต่อ เฮ้อ...จะไม่อ้วนยังงัยไหวเนี่ยยย
กางเกงคับจะแย่อยู่เร้วววว

ตอบเม้นท์หน้าก่อนๆ
ถึงคุณ pipo ค่า
ชีวิตความเป็นอยู่ของแอร์ที่นี่ ก็อ่านได้จากหน้าไดของแอร์ที่นี่อ่ะนะคะ
บอกยากว่า น่าอยู่เป่า? เพราะหลายคนก็มาเร้วอยู่ได้ และก็อีกหลายคนที่อยู่ไม่ได้
มันอยู่ที่ลักษณะนิสัยแต่ละคน ว่าใครชอบอะไรแบบไหนอ่ะค่ะ
และก็สังคมเพื่อนที่เราเจอด้วย ของเราโชคดี เพราะบินมาจากเมืองไทยพร้อมกัน 7 คน
สนิทกันเกือบหมด นิสัยดีทุกคน ตอนนี้ก็อาศัยอยู่ตึกเดียวกัน เลยยังเกาะกลุ่มกันไว้
อยู่ดูไบเนี่ย ถ้าไม่มีเพื่อนเลย จะเหงาและอยู่รอดยากมากค่ะ
บอกได้อย่างเดียวว่า ถ้าติดบ้าน ติดแฟน ติดเพื่อน ติดหมา อะไรแบบนี้
ก็อย่ามาเลยค่ะ มาเร้วจะ Home sick เปล่าๆ ทำงานได้เงินมาก็ไม่มีความสุข
แต่ถ้าคิดถึงเรื่องเงิน Enjoy Shopping, Travelling ก็มาเลยค่ะ ได้เที่ยว ได้ช้อปแน่นอน
เรื่องที่พักก็ไม่ต้องกังวล แม่เรามาเยี่ยมยังบอกเลยว่า เค้าจัดให้อยู่อย่างดีเลยนะเนี่ย เห็นงี๊เค้าก็สบายใจ
ที่ไหนๆก็มีคนในอยากออก คนนอกอยากเข้าอ่ะเนาะ อย่างแอร์ที่นี่
ก็มีหลายคนที่อยากกลับไปทำงานสายการบินที่เมืองไทย
ได้เงินน้อยกว่าหน่อย แต่ยังมีชีวิตที่อยากมี ได้อยู่บ้าน ได้เจอเพื่อน เจอแฟน เจอพ่อ เจอแม่ทุกวัน
เข้าใจว่าคิดหนักอ่ะนะ แต่ก็ลองเลือกดูค่ะ มองตัวเองก่อนว่าต้องการอะไร เร้วจะหาคำตอบได้ไม่ยากค่ะ
โชคดีนะคะ
|