เพิ่งกลับจากทำไฟลท์ยาวแปดวัน BKK-SYD
เหนื่อยขาดใจก็ sector สุดท้ายนี่แหละ แถมกระเป๋ายังหนักลากถึงบ้านแขนแทบหลุด
เสบียงแม่เตรียมไว้ให้ทั้งนั้น สงสัยกลัวว่าเราจะไม่ได้กลับบ้านอีกนาน

หายจากดูไบไปนานโข
มาถึงต้องดูดฝุ่นห้องเป็นอย่างแรก เพราะทิ้งรกไว้หลายวัน
ดีที่หยากไย่ยังไม่จับนะนั่น เหนื่อยก็เหนื่อย แต่ก็ต้องกัดฟันทำ เพราะมันรกเหลือทน

ปัดฝุ่นห้องเสร็จ หลับไปงีบ ตื่นมาแชทกะคุณเต่า
ไปกินข้าวห้องโอ๋ เร้วก็กลับมาปัดฝุ่นไดอารี่ก่อน ไม่งั้นคงนอนไม่หลับ อิอิ

ขอรีบอัพแบบย้อนอดีตมาถึงปัจจุบันละกัน
หายไปจากดูไบ 9 วันเพื่อทำไฟลท์ SIN-BNE (สิงคโปร์ - บริสเบน)
จากนั้นเราก็มีลีฟต่ออีก 11 วัน รีบกลับบ้านสามวันเร้วก็หนีไปเที่ยวอังกิด สก๊อตแลนด์ต่อ
ไฟลท์บริสเบนไม่มีอะไรมาก แทบไม่ได้ถ่ายรูปอะไรเลย เพราะไม่ได้ไปเที่ยวไหน
นอนเอาแรงอย่างเดียว กลัวออกไปเที่ยวมาก เร้วจะป่วยตอนลีฟกลับบ้านอีก
เลยออมแรงไว้ก่อนดีกว่า เด๋วลีฟเร้วเที่ยวทีเดียวเลย
กลับบ้านสามวัน ไม่ค่อยชุ่มฉ่ำใจเท่าไหร่ แต่ดีกว่าไม่ได้กลับเลยอ่ะเนาะ
อย่างน้อยก็ได้กลับไปอยู่กะป๊าแม่ ไปเจอหลานน้อย

 
คอปเตอร์ โตขึ้นเป็นกอง
 
สาวการ์ตูนก็งามใช่เล่น
((ปล. ไปทำสีผมมา คราวนี้รู้สึกสีอ่อนไปนิด ไม่ถูกใจเลย ไว้รอทิ้งระยะก่อน ค่อยไปทำใหม่))

เจ็กโจ้ ไม่ค่อยมาเจอหลานๆ แต่คอปเตอร์เก่ง ยังจำเจ็กโจ้ได้

เรียกถ่ายกับอาม่านี่ ยิ้มแฉ่ง ตาหยีเลย อาหมวยตัวน้อย

แม่กับพี่อ้อ พี่เลี้ยงคนเก่งของสองแสบ
คอปเตอร์เอากล้องไปถ่ายป่าป๊า แต่ดันเบลอซะงั้น

เราซื้อหนังสือภาษาอังกฤษ ฝึกหัดนับเลขให้คอปเตอร์
ส่วนการ์ตูนได้หนังสือระบายสีอีกเล่ม
ถ้าจำไม่ผิดไปสอยมาจากตอนไปเพิร์ธ เด็กๆชอบกันใหญ่
เปลี่ยนจากของเล่นกุ๊กกิ๊ก มาเป็นของประเทืองปัญญากันมั่ง
เพราะไหนๆสองแสบก็เข้าโรงเรียนแระ จะได้ฝึกสมองนิดนึง


คืนวันที่ 30 Jun ป่าป๊ากะมะมี๊ ไปส่งที่สนามบิน
แพลนไว้ว่าจะขึ้นทีจีจากกทม.ไปลอนดอน
เช็คมาว่าไฟลท์โล่ง แต่พอไปเช็คอิน กราวน์บอกว่า ต้องรอก่อน เพราะมันล้นอยู่
เราก็อ้าว...เช็คมามันโล่งนิหว่า
แต่ไม่เป็นไร เวลาใกล้ๆกัน มีแควนตัสกับบีเอ ที่จะออกไปลอนดอนเหมือนกัน
ไม่ง้อก็ได้ แต่พอเดินไปเช็คอินของบีเอ เค้าบอกว่า คงยาก เพราะแควนตัสดีเลย์
จริงๆต้องออกตี 1 แต่เค้าเลื่อนไปออกห้าโมงเย็น
(นี่มันเรียกว่า cancel เร้วค่า...ดีเลย์อะไรตั้ง 18 Hrs.???)

แควนตัสเลยต้องโบ๊ะคนมาทีจีกับบีเอหมดเลย
อ่อ...อย่างนี้นี่เอง เราก็ลุ้นได้แต่ทีจี ความหวังสุดท้าย

กราวน์ก็ปล่อย seat นาทีสุดท้ายเลย รอกันอยู่สามราย ได้ไปทุกราย
ก็วิ่งกันขาขวิด เพราะเครื่องดันจอดไกลโคตรรรรรรรร ไอ้จะไปเดินนวยนาด
ช้อปปิ้งที่ดิวตี้ฟรีนี่ หมดสิทธิ์ค่ะ
คือ นาทีนั้น วิ่งให้ทันเครื่องออกก็บุญเร้ว

ใช้บริการทีจีคราวนี้ มีเรื่องทั้งประทับใจ และไม่ประทับใจ
เรื่องอาหารและการบริการนี่ คอมเพลนอะไรไม่ได้อยู่เร้ว
เค้าดีของเค้าเหมือนที่โฆษณาไว้แหละค่ะ แต่เครื่องนี่ เก่าไปหน่อย
ไม่มีจอทีวีส่วนตัว ทำให้ไฟลท์ 12 Hrs. นี่ เป็นอะไรที่ทรมาณมากสำหรับบางคน
ไฟลท์ยาวแบบนี้ น่าจะเอาเครืองที่มีทีวีให้ทุกคนมาใช้อ่ะเนาะ
แต่ขนาดเครื่องเก่า ผู้โดยต่างชาติก็ยังใช้บริการกันเต็มลำนะคะ
น่าชื่นใจแทนสายการบินแห่งชาติบ้านเรา
ผู้โดยฯข้างเรา เป็นป้าๆ มาจากนิวซีแลนด์ ถึงต้องพึ่งยานอนหลับกันเลย
เพราะชีบอกว่า ไม่งั้น ชีไม่รู้จะทำอะไร หลับดีกว่า จะได้รู้สึกว่ามันไม่นาน
แต่โชคดี เราหลับง่าย เลยหลับไปหลายรอบ
เร้วก็ต้องขอพูดเรื่องความปลอดภัยนิดนึง วันนั้นแบบว่า งง ปกติ take off ตอนกลางคืน
จะต้องทำการปิดไฟในเคบิน เพื่อปรับสายตาทุกคน เผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน
ต้องกระโดดออกจากเครื่องตอนมืดๆ ออกไปจะได้มองอะไรเห็น
จะได้รู้ว่าจะต้องวิ่งไปทางไหนอะไรเงี๊ย
แต่ทีจี ไฟลท์นั้น take off ไปทั้งเปิดไฟงั้นเลยอ่ะ
สว่างโล่....แบบว่า งง ไปกันแบบนี้เลยเรอะ????

ตอนเครื่องจะแลนด์ ลูกเรือก็ทานข้าว เก็บของ แต่งตัว
เห็นนั่ง Jumpseat กันตอนเห็นยอดตึกรำไร อีกอึดใจก็ถึงพื้นเร้วอ่ะ
ไอ้เรานั่งมองไป ลุ้นไป พวกเค้าจะนั่งรัดเข็มขัดกันทันไหม?
ต่างกับที่เราทำมาก ของเราต้องเก็บเคบิน นั่งกันให้เรียบร้อยตั้งแต่ยังไม่ลงมาต่ำกว่าเมฆเลย
ไอ้ของเราก็รีบเกินไป ไม่รู้จะให้รีบนั่งกันไปทำไม ลูกเรือเลยหลับคา Jumpseat โชว์ผู้โดยสารซะบ่อยๆ
แต่ของสายการบินบ้านเรา วันนั้นเราก็ว่าเค้าชิลด์เกินอ่ะ
ไม่มีเวลาเดินตรวจเคบินเลยด้วยซ้ำ ว่าผู้โดยนั่งรัดเข็มขัดทุกคนไหม?
หน้าต่างเปิดหมดยัง? โต๊ะพับเก็บรึยัง?
ถึงเวลานั้น ตัวใครตัวมันเร้วค่ะ วิ่งให้ถึง jumpseat เร้วนั่งให้เร็วที่สุดเป็นพอ โฮะๆๆ
เอ่อ ถ้ามีแอร์การบินไทยมาอ่าน อย่าเพิ่งโกรธนะคะ
เป็นแค่มุมมองของผู้โดยสารคนนึงค่ะ
เรารู้ว่า เหตุการณ์แบบนี้ มันอาจจะไม่ได้เป็นแบบนี้ทุกๆไฟลท์ เพราะจากดูไบไปกทม.
ก็ใช้บริการทีจีเหมือนกัน แต่ไฟลท์นั้น ไม่เป็นเหมือนไฟลท์ที่ไปลอนดอนนะ
อาจจะเป็นเพราะเรื่องโหลดงาน และเรื่องของเวลา อันนี้เราเข้าใจนะคะ
เพราะวันนั้นก็เห็นอยู่ว่าไฟลท์เต็มมาก
ยังงัยก็ยังชื่นชมสายการบินบ้านเกิดเหมือนเดิมค่ะ

ถึงลอนดอน คุณเต่ามารับ


แต่มีข่าวร้าย ตัวมา กระเป๋าไม่มาค้าบบบบ...แง๊

จนท.บอกว่า พอดี Belt มาเสียตอนนั้นพอดี กระเป๋าเลยมาไม่ถึงเครื่อง
คนที่แตนบายสามคน ไม่มีใครได้กระเป๋าเลย
แต่สายการบินก็รับผิดชอบเต็มที่ บอกว่า จะส่งกระเป๋ามากับไฟลท์ที่มาถึงตอนเย็น
เร้วจะทำการส่งให้ถึงประตูบ้านเลย
แต่ปัญหาของเราคือ เราต้องไปสก๊อตแลนด์ในวันรุ่งขึ้น
เร้วเค้าก็การันตีไม่ได้ว่า กระเป๋าจะถึงบ้านเอ๋เมื่อไหร่
แต่เค้าก็ให้ option ว่าให้ส่งไปให้ที่แอร์พอร์ทที่สก๊อตแลนด์ก็ได้นะ
แต่เราคิดสะระตะ คิดว่ากลับมาสนามบินตอนเย็น มาเอากระเป๋าเองเลยดีกว่า
เพราะกลัวได้กระเป๋าไม่ทันก่อนเดินทาง เร้วก็ไม่อยากแบกใบใหญ่ไป Edinburgh
โชคดีที่บ้านเอ๋ไม่ไกลจาก Heathrow มากนัก เลยมาเอาเป๋าเองก็ได้ฟระ
เสียเวลาวิ่งไปวิ่งมาอีก แต่ก็ต้องยอม ดีกว่าไม่ได้กระเป๋าคืนนิ
ตอนติดต่อจนท. SAS ที่เป็นคน Handle เรื่องกระเป๋าให้ทีจี เค้าบอกว่า ทำให้อีเคด้วย
พอรู้ว่าเราเป็นลูกเรืออีเค เค้าบอกว่า รู้ไหม? ผู้โดยสารสายการบินยูน่ะ
สร้างเรื่องปวดหัวให้พวกเค้ามากที่สุดเลย
เราก็บอกว่า โอ้ย...ทำมะดา ใช่จะไม่รู้
แหม.. ก็พวกนี้มันก็ออกฤทธิ์กับพวกชั้นบนเครื่องใช่น้อยอยู่ล่ะยู อิอิ


ไม่ได้กระเป๋าอ่ะ ฮือๆๆ


ก่อนลงจากเครื่อง สจ๊วตเค้าเดินแจกกล้วยไม้ติดอกให้ผู้โดยฯที่เป็นผู้หญิงด้วยค่ะ
Good Service จริงๆ

เครื่องแลนด์ที่ลอนดอนเช้าวันที่ 1 July พอดี
เป็นวันเกิดคุณเต่าเค้า เลยพาไปทำบุญที่วัดไทยซะหน่อย
จริงๆเราเอาสังฆทานยา กล่องเล็กๆมาด้วย แต่กระเป๋าไม่มา เลยต้องรอเอามาถวายอีกรอบ

เจ้าของวันเกิด แก่ขึ้นอีกปีเร้วค้าบบ อิอิ ((ชอบบบบบบ))


ของที่เราซื้อมาถวายกัน

หน้าโบสถ์ค่ะ
 
กุฏิของวัด มีตุ๊เจ้าอยู่ 8 รูปค่ะ


ส่วนอาคารนี้เป็นโรงเรียน หรืออาคารกิจกรรม สอนพระพุทธศาสนา สอนภาษาไทย

ตกเย็น มารอลุ้นที่แอร์พอร์ทอีกรอบ ว่าจะได้กระเป๋าไหม?
ตอนแรกจนท.เค้าพาเดินไปที่ Belt เราไม่เจอกระเป๋า ใจแป้ว เป๋าหายแน่เลย
แต่ไปเจอที่หน้าออฟฟิศของ SAS ดีจายคอดดดดดดดดดด

เชื่อไหม? ว่ากระเป๋าติดคำว่า Rush ไว้ด้วย
Rush มากค่ะ ตัวมาถึงตอนเช้า เป๋ามาเย็นโน่นเลย โฮะๆๆๆ
ตอนแรกกะจะเอาปลาเก๋ากะกุ้งมาให้เอ๋ด้วย
ดีนะ ที่เปลี่ยนใจเอาออกไปอ่ะ ไม่งั้น ปลาเก๋าได้เน่าคากระเป๋าแน่ๆ
เหม็นฉึ่งแย่เลย
ตัดสินใจถูกจริงๆ อิอิ
ของขวัญคุณเต่า ปีนี้ ไม่ได้ซื้ออะไรให้เลย
ได้แค่ Surprise เรื่องตั๋วเครื่องบิน เพราะจะซื้ออะไร พี่แกก็บอกว่า ไม่เอาๆ
(ไม่เอาก็ดีค่ะ ชอบบ กร๊ากกกก)
จริงๆยังหาของที่เหมาะกับคนรับ เร้วถูกใจคนให้ไม่ได้ เลยต้องต๊ะไว้ก่อนมากกว่า
คำอวยพรก็เขียนในการ์ดให้เร้ว คงไม่เอามาเขียนตรงนี้อีกอ่ะเนาะ อายประชาชี อิอิ

หน้าต่อไปก็ต่อด้วยทริป Edinburgh ซะที
ขี้เกียจอัพเพราะขี้เกียจทำรูปด้วยแหละ ไม่ใช่อะไร เหอๆๆ
ไปนอนล่ะ
อัพเสร็จแระ สบายใจ อิอิ
|